line decor
line decor
   
การปลูกผักหวานป่า
ผักหวานป่า   เป็นพืชผักพื้นบ้านที่คนส่วนใหญ่รู้จักและนิยมบริโภค แต่จะมีให้บริโภคเฉพาะฤดูกาลเท่านั้นคือช่วง
มีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นผักหวานที่เก็บจากป่าธรรมชาติเป็นหลัก เนื่องจากยังมีการปลูกกันน้อย


           การปลูกผักหวานป่า  นั้นต้องดูแลตั้งแต่การปลูก ให้น้ำ ให้ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรคแมลง และปลูกพืชร่มเงา จะทำให้ผักหวานป่ารอดตายสูง และเติบโตเร็ว อายุ 2 ปีครึ่ง สามารถเก็บผลผลิตได้โดยเฉพาะการปลูกระยะชิด
จะเป็นการเพิ่มพื้นที่ผลผลิต การควบคุมทรงต้นให้พอเหมาะ ทำให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตสะดวก ผักหวานป่าเป็นพืชที่
หลายคนเข้าใจว่าปลูกยาก แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่มีการปลูกผักหวานป่าโดยใช้เทคโนโลยีการปลูกร่วมกับ การจัดการ
ดูแลรักษา จะพบว่า "การปลูกผักหวานป่าไม่ยากอย่างที่คิด"


การปลูกและบำรุงรักษา
     การเตรียมดิน เริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม โดยขุดหลุมขนาด 30x30x30 เซนติเมตร ผสมวัสดุปลูกโดยใช้ดิน ปุ๋ยคอก แกลบดิบ
ที่ย่อยสลายแล้ว อัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร ผสมคลุกเคล้า ให้เข้ากัน แล้วกลบลงในหลุมปลูก
การเตรียมวัสดุปลูกที่ดี มีระบบการให้น้ำ และปลูกพืช
ให้ร่มเงา จะทำให้ ต้นผักหวานป่าเจริญเติบโตได้เร็ว  

  

     การเตรียมต้นกล้า สร้างความแข็งแรงให้ต้นกล้า
ก่อนย้ายปลูกลงหลุมจริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้า ได้รับแสงแดดเพิ่มขึ้นทีละน้อย ละลาย
ปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท ความเข้มข้นไม่เกิน 2%
(1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิตร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก
ประมาณ 2 อาทิตย์ และงดให้น้ำ 1 วัน ก่อนย้ายปลูก

        ระยะปลูก ผักหวานป่าสามารถปลูกได้หลายระยะขึ้นอยู่กับ
ความต้องการของผู้ปลูก แต่แปลงที่มีการปลูกแล้วนั้น
จะใช้ระยะปลูก 1x1 เมตร, 1.5x1.5 เมตร ซึ่งเป็นการปลูก ระยะชิด เพื่อเพิ่มจำนวนต้นและ ผลผลิต
ต่อไร่ ควรมีการ ตัดแต่งไม่ให้ต้นสูง และสร้างทรงพุ่มเล็ก เพื่อสะดวก ในการเก็บเกี่ยว หรือจะใช้ระยะปลูก
2-3x2-3 เมตร จะทำให้สะดวกในการดูแลจัดการสวน
การเตรียมดินและการเตียมต้นกล้า
ระยะปลูก
       การปลูก   /    การให้น้ำ   /     การเจริญเติบโตและการจัดทรงต้น  /การกระตุ้นยอดอ่อนและการเก็บเกี่ยว
      
      การปลูก หัวใจสำคัญของการปลูกผักหวานป่าให้รอดตายคือ อย่าให้รากของผักหวานป่าได้รับการกระทบกระเทือนจนรากขาด การถอดถุงพลาสติกเพื่อนำต้นกล้าลงหลุมปลูกต้องระวังอย่าให้ตุ้มดินแตกหักหรือรากขาด เพราะจะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต
เป็นเวลานาน การปลูกควรให้ต้นกล้าสูงกว่าปากหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วพูนดินขึ้นกลบโคนโดยรอบ เพื่อป้องกัน
ไม่ให้น้ำขังหลุมปลูก ปลูกไม้พี่เลี้ยงเพื่อให้ร่มเงาผักหวานป่าในช่วง 2 ปีแรก เช่น มะเขือเปราะพริกโดยปลูกด้านข้างหลุมทาง
ทิศตะวันตก ในแปลงปลูกผักหวานป่าต้องปลูกไม้ให้ร่มเงา เช่น ต้นมะขามเทศ ชะอม สะเดา น้อยหน่า เหลียง แค เลี่ยน ซึ่งนิสัยของผักหวานป่าจะชอบแสงแดดรำไร ปริมาณแสง 50% ชอบอากาศร้อน จะช่วยให้แตกยอดอ่อนได้ดี


        การให้น้ำ   ในช่วงต้นฤดูฝน ผักหวานป่าจะได้น้ำจากน้ำฝนธรรมชาติที่ตกลงมา แต่ถ้าฝนทิ้งช่วงต้องมีการ
ให้น้ำช่วยในช่วงแรก ของการปลูกใหม่ หรือในหน้าแล้งโดยให้น้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง พอให้ดินชื้นอย่าให้ดินแฉะ ผักหวานป่าไม่ชอบน้ำมากนัก ในแปลงที่เกษตรกรปลูกนั้นจะมีการให้น้ำโดยระบบน้ำหยดบางส่วน

        การเจริญเติบโตและการจัดทรงต้น    ในการปลูกผักหวานป่าด้วยการเพาะเมล็ดนั้น ไม่ควรชำอยู่ในถุงนานเกินไป รากอาจจะขดเมื่อนำไปปลูกลงแปลงและอาจทำให้รากฉีกขาดได้ ผักหวานป่าเป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตช้ามาก เช่น อายุ 1 ปี อาจสูงไม่เกิน 1 ฟุต การเจริญเติบโตจะไม่สม่ำเสมอกัน และจะเจริญเติบโต แตกกิ่งกระโดงได้ดีในช่วงปลายฤดูฝนจนถึงช่วงแล้ง
ซึ่งเป็นช่วงที่ผักหวานป่าแตกยอดให้ผลผลิต ผักหวานป่าต้นที่สมบูรณ์ อายุ 1 ปีครึ่ง จะสูงประมาณ 1-1.5 เมตร
เมื่อผักหวานป่าโตเต็มที่จนเก็บผลผลิตได้จะมีอายุยืนมาก ในป่าธรรมชาติมีอายุกว่า 100 ปี สำหรับการปลูกผักหวานป่าเป็นสวน โดยเฉพาะการปลูกระยะชิด อาจต้องควบคุมความสูงของต้นและทรงพุ่มให้อยู่ที่ 1-1.5 เมตร เพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยว


        การกระตุ้นยอดอ่อนและการเก็บเกี่ยว     เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยตัดปลายกิ่ง
แขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 เซนติเมตร รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่ง ๆ ละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ก็เก็บยอดไปจำหน่ายได้ โดยเก็บในช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยงวัน จะหยุดเก็บเพราะอากาศร้อนยอดผักหวานจะเหี่ยวงอไม่สดชื่น
           ต้นผักหวานที่สมบูรณ์ จะเริ่มให้ผลผลิตได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีครึ่ง เมื่อผักหวานป่าหมดยอดแล้ว ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราส่วน 50-100 กรัม/ต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นผักหวานป่าควบคู่กับปุ๋ยคอก 1-3 บุ้งกี๋ พร้อมกับให้น้ำเพื่อบำรุงต้นและพักต้น